N NATUREPROF
TAB : ADVERTORIAL / PAGE : Mother Baby Product Market
ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก : มาตรฐาน ความปลอดภัย และโอกาสทางการตลาดในยุคใหม่

ARTICLE : ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก : มาตรฐาน ความปลอดภัย และโอกาสทางการตลาดในยุคใหม่

ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก : มาตรฐาน ความปลอดภัย และโอกาสทางการตลาดในยุคใหม่

27 พ.ค. 2026

จากสินค้าจำเป็นสู่ตลาดมูลค่าหลายพันล้าน — ทำความเข้าใจกฎหมาย มาตรฐาน และโอกาสทางธุรกิจก่อนลงทุน

ติดต่อเรา คลิก!

การเติบโตของตลาดแม่และเด็ก : จากสินค้าจำเป็นสู่ตลาดมูลค่าหลายพันล้าน

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา "ตลาดผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก" (Mother & Baby Products) ได้กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างมั่นคงที่สุดในเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน แม้แนวโน้มการเกิดบุตรลดลง แต่พฤติกรรมของพ่อแม่รุ่นใหม่กลับเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ พวกเขาเลือก "คุณภาพมากกว่าปริมาณ" และพร้อมจ่ายเพื่อความปลอดภัย ความอ่อนโยน และความสะดวกสบายในการดูแลลูก

ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก : มาตรฐาน ความปลอดภัย และโอกาสทางการตลาดในยุคใหม่

ตลาดที่ยังคงน่าลงทุน

ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่าตลาดผลิตภัณฑ์แม่และเด็กในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกมีมูลค่าสูงกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 8% ต่อปี ขณะที่ประเทศไทยเพียงประเทศเดียวมีมูลค่าตลาดกว่า 40,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งอาหารเด็ก อุปกรณ์ดูแลเด็ก เครื่องสำอางสำหรับแม่ และอุปกรณ์การแพทย์ในครัวเรือน นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าธุรกิจในกลุ่มนี้ยังคง "น่าลงทุน" และเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่

การแบ่งประเภทผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก

การแบ่งประเภทผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก

ผลิตภัณฑ์แม่และเด็กสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก แต่ละประเภทมี "กรอบกฎหมาย" และ "มาตรฐานความปลอดภัย" แตกต่างกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของแบรนด์และนักลงทุนควรเข้าใจอย่างลึกซึ้งก่อนเริ่มพัฒนาและวางจำหน่ายสินค้าในตลาด

1. อุปกรณ์สำหรับเด็ก (Baby Equipment)

เช่น ขวดนม รถเข็น เตียงเด็ก คาร์ซีท เบาะรองนั่ง เป้อุ้ม และของใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับทารกและเด็กเล็ก

2. ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและสุขภาพ (Skin & Personal Care)

เช่น ครีมบำรุงผิวเด็ก ครีมกันผื่นผ้าอ้อม แชมพูเด็ก ครีมกันแดดเด็ก รวมถึงครีมบำรุงสำหรับคุณแม่หลังคลอด

3. อาหารและนมเด็ก (Baby Food & Infant Formula)

ครอบคลุมทั้งนมผงสูตรต่าง ๆ อาหารบด ขนมเด็ก รวมถึงผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกเพื่อโภชนาการที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย

4. เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Devices for Mother & Baby)

เช่น เครื่องปั๊มนม เทอร์โมมิเตอร์ เครื่องวัดอุณหภูมิหรือออกซิเจน และอุปกรณ์ช่วยดูแลสุขภาพในบ้าน

4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ : กฎหมาย มาตรฐาน และโอกาสทางธุรกิจ

แต่ละกลุ่มมีกรอบกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยที่แตกต่างกัน — ควรศึกษาให้ครบก่อนลงทุน

01

1. กลุ่มอุปกรณ์สำหรับเด็ก : ความปลอดภัยคือหัวใจหลัก

อุปกรณ์เด็ก เช่น คาร์ซีท รถเข็น หรือเตียงเด็ก อยู่ภายใต้การกำกับของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยมีมาตรฐาน มอก. เฉพาะด้าน เช่น มอก. 3418-2565 สำหรับคาร์ซีท และ มอก. 969-2533 สำหรับหัวนมยางขวดนม พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 กำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีต้องนั่งในคาร์ซีท ผู้ปกครองยุคใหม่ให้ความสำคัญกับวัสดุ BPA-free และ Smart Baby Gear ที่เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน แบรนด์ที่ครองตลาด ได้แก่ Graco, Chicco, Combi, Joie และแบรนด์ไทยอย่าง BonnyKids หรือ Punnita

02

2. ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและสุขภาพ : ความอ่อนโยนต้องพิสูจน์ได้

อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ต้องแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ต่อ อย. ก่อนจำหน่าย อย. ห้ามใช้สารบางชนิด เช่น Silver chloride เกิน 0.004% ในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี โรงงานต้องผ่าน GMP และควรมีผล Non-Irritation Test หรือ HRIPT เทรนด์ Natural & Organic Baby Care เติบโตมากกว่า 10% ต่อปี แบรนด์ยอดนิยม ได้แก่ Johnson's Baby, Sebamed, Mustela, Mama's Choice และ Smooth E Baby

03

3. กลุ่มอาหารและนมเด็ก : ธุรกิจที่ต้องมีทั้งคุณภาพและความรับผิดชอบ

อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 ซึ่งห้ามการโฆษณานมผงหรืออาหารทารกในลักษณะเชิญชวน ตลาดไทยมีมูลค่ามากกว่า 40,000 ล้านบาท แข่งขันสูงระหว่าง Nestlé, Danone, Abbott และ Mead Johnson ในอาเซียน อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เป็นตลาดใหญ่ที่สุด โอกาสสำหรับผู้ผลิตไทย ได้แก่ อาหารเสริมเด็กจากวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ข้าวกล้องงอก ถั่วเหลืองออร์แกนิก หรือผลไม้ไทย

04

4. เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ : ตลาดเล็กแต่เติบโตเร็ว

อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 ต้องขออนุญาตนำเข้าหรือขึ้นทะเบียนก่อนจำหน่าย เช่น เครื่องปั๊มนม เทอร์โมมิเตอร์ มาตรฐานสากลคือ ISO 13485 และ CE Mark / FDA ตลาดเครื่องปั๊มนมในเอเชีย–แปซิฟิกคาดว่ามีมูลค่าสูงถึง 438 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี แบรนด์ยอดนิยม ได้แก่ Medela, Spectra, Philips Avent, Unimom และ Omron

4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ : กฎหมาย มาตรฐาน และโอกาสทางธุรกิจ

ตลาดแม่และเด็ก : โอกาสที่ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ

ที่ปรึกษาเชิงเทคนิคครบวงจรสำหรับแบรนด์แม่และเด็ก

NatureProf เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการวิจัย พัฒนา และทดสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามแบบครบวงจร ด้วยห้องปฏิบัติการทดสอบมาตรฐานสากล ไม่เพียงให้บริการในฐานะแล็บวิเคราะห์ แต่ยังเป็น "ที่ปรึกษาเชิงเทคนิค" สำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์แม่และเด็กให้ได้มาตรฐานระดับสากล ตั้งแต่แนวคิดสูตร ไปจนถึงการวางแผนเชิงกลยุทธ์สู่ตลาดจริง

ที่ปรึกษาเชิงเทคนิคครบวงจรสำหรับแบรนด์แม่และเด็ก

ธุรกิจสร้างความไว้วางใจ — เริ่มต้นด้วยมาตรฐานที่พิสูจน์ได้

ตลาดผลิตภัณฑ์แม่และเด็กไม่ใช่เพียง "ธุรกิจสร้างรายได้" แต่ยังเป็น "ธุรกิจสร้างความไว้วางใจ" การทำความเข้าใจในกฎหมาย มาตรฐาน และความคาดหวังของผู้บริโภคคือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในตลาดนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิวเด็ก โลชั่นคุณแม่ตั้งครรภ์ นมเด็ก หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ การเริ่มต้นด้วยการทดสอบและรับรองคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญคือก้าวแรกของความสำเร็จ

บทบาทของ NatureProf ในการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก

การทดสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ (Safety & Efficacy Test)

ครอบคลุมการวิเคราะห์สารออกฤทธิ์ การทดสอบความปลอดภัย และการจัดทำเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์

การทดสอบสารโลหะหนักและจุลินทรีย์ (Heavy Metals & Microbial Test)

ยืนยันความปลอดภัยต่อผิวเด็กและแม่ที่ตั้งครรภ์ตามมาตรฐานสากล

การทดสอบ Non-Irritation และ HRIPT

บริการครบวงจรตั้งแต่ขั้นตอนการทดสอบ ไปจนถึงการออกเอกสารผลรับรองตามมาตรฐานสากล

การจัดทำเอกสารและให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย

MSDS, Specification Sheet, COA, TDS และคำปรึกษาด้านกฎหมายการตลาดและการขึ้นทะเบียน อย.

มาตรฐานและการทดสอบ

มุมมองเชิงกลยุทธ์ : ทำไมผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับ "มาตรฐาน"

1. ความปลอดภัยคือจุดขายหลัก

ตลาดแม่และเด็กเป็นหนึ่งในตลาดที่ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลมากที่สุด การรับรองคุณภาพและผลการทดสอบจากห้องแล็บที่น่าเชื่อถือ เช่น VISBIO หรือ NatureProf จึงเป็นปัจจัยสร้างความไว้วางใจในระดับแบรนด์

2. กฎหมายเข้มงวดมากขึ้นทุกปี

ทั้งในไทยและอาเซียน หน่วยงานภาครัฐกำลังยกระดับมาตรฐานสินค้ากลุ่มแม่และเด็กอย่างต่อเนื่อง เช่น การควบคุมสารต้องห้ามในเครื่องสำอางเด็ก และข้อจำกัดการโฆษณาอาหารทารก ผู้ประกอบการจำเป็นต้องอัปเดตกฎหมายและเตรียมเอกสารรับรองให้พร้อมตั้งแต่ต้นทาง

3. ผู้บริโภคพร้อมจ่ายเพื่อสินค้าที่ "พิสูจน์ได้"

แบรนด์ที่สามารถแสดงผลทดสอบความปลอดภัย (Non-Irritation, Hypoallergenic, Heavy Metal Test) หรือเอกสารรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน ISO/GMP จะได้รับความเชื่อมั่นสูงกว่าแบรนด์ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

อ้างอิงข้อมูล

แหล่งอ้างอิง

  • กรมอนามัย. (2566). มาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก. กระทรวงสาธารณสุข.
  • กรมการค้าระหว่างประเทศ. (2567). รายงานแนวโน้มตลาดอาเซียน กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก ปี 2567. กระทรวงพาณิชย์.
  • กระทรวงอุตสาหกรรม. สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. (2565). มอก. 3418–2565 มาตรฐานระบบยึดเหนี่ยวเด็กในรถยนต์ (คาร์ซีท). กรุงเทพฯ: สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม.
  • กระทรวงสาธารณสุข. (2522). พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.
  • กระทรวงสาธารณสุข. (2551). พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.
  • กระทรวงสาธารณสุข. (2558). พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.
  • กระทรวงสาธารณสุข. (2560). พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.
  • กระทรวงสาธารณสุข. (2564). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง (เช่น Silver chloride). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 138 ตอนพิเศษ 122 ง.
  • กรมประชาสัมพันธ์. (2566). คนไทยใช้จ่ายสินค้าแม่และเด็กปีละกว่า 5,000 ล้านบาท. สำนักข่าวประชาสัมพันธ์แห่งชาติ.
  • สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค. (2566). แนวทางความปลอดภัยในการจำหน่ายของเล่นและอุปกรณ์เด็กเล็ก. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค.
  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. (2533). มอก. 969–2533 มาตรฐานหัวนมยางขวดนม. กระทรวงอุตสาหกรรม.
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2566). แนวทางการโฆษณาผลิตภัณฑ์สำหรับทารกและเด็กเล็กตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560. กระทรวงสาธารณสุข.
  • Euromonitor International. (2566). Baby and Child-Specific Products in Thailand: Market Report 2023. Euromonitor International (ฉบับแปลไทยโดย NatureProf).

ทำไมควรอ่านบทความจาก Natureprof

  • เข้าใจ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก กฎหมาย และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
  • แนวโน้มตลาดไทยและอาเซียน พร้อมโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ
  • NatureProf พร้อมทดสอบและให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์แม่และเด็กครบวงจร

Ready to Start

สนใจพัฒนาผลิตภัณฑ์กับเรา?

พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์แม่และเด็กให้ได้มาตรฐาน?

เราดูแลครบ : เริ่มโปรเจกต์ได้เลยวันนี้

หากคุณต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิวเด็ก โลชั่นคุณแม่ตั้งครรภ์ นมเด็ก หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ NatureProf (โรงงาน OEM / โรงงาน ODM) พร้อมเป็นพันธมิตรที่คุณไว้วางใจได้ในทุกขั้นตอนของการพัฒนา ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทันที

Nature-led Innovation, Ready for Market | SAFE • CLEAN • EFFECTIVE

ติดต่อทีม Natureprof วันนี้!