N NATUREPROF
TAB : ADVERTORIAL / PAGE : Thai Herbs Export Opportunity
สมุนไพรไทย พลังใหม่ของเศรษฐกิจสุขภาพ และโอกาสส่งออกที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม

ARTICLE : สมุนไพรไทย พลังใหม่ของเศรษฐกิจสุขภาพ และโอกาสส่งออกที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม

สมุนไพรไทย พลังใหม่ของเศรษฐกิจสุขภาพ และโอกาสส่งออกที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม

27 พ.ค. 2026

จากภูมิปัญญาไทยสู่มาตรฐานโลก — อุตสาหกรรมสมุนไพรมาแรง

ติดต่อเรา คลิก!

จากภูมิปัญญาไทยสู่มาตรฐานโลก : อุตสาหกรรมสมุนไพรมาแรง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา "สมุนไพรไทย" ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่น่าจับตาที่สุดของประเทศ ท่ามกลางกระแสโลกที่ผู้บริโภคหันกลับมาหาธรรมชาติ ความปลอดภัย และสุขภาพที่ยั่งยืน สมุนไพรจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการแพทย์พื้นบ้านอีกต่อไป แต่กลายเป็น "อุตสาหกรรมสุขภาพมูลค่าสูง" ที่มีศักยภาพในการส่งออกระดับโลก

สมุนไพรไทย พลังใหม่ของเศรษฐกิจสุขภาพ และโอกาสส่งออกที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม

มูลค่าตลาดสมุนไพรไทย

ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ตลาดสมุนไพรไทยมีมูลค่ารวมกว่า 44,800 ล้านบาท ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตแตะระดับ 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 6% ต่อปี ปัจจัยหลักคือความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม จีน ยุโรป สหรัฐอเมริกา และอาเซียน ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและความปลอดภัยในระยะยาว

สมุนไพรไทยกับศักยภาพในตลาดโลก

สมุนไพรไทยกับศักยภาพในตลาดโลก

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงสุดในเอเชีย มีพืชสมุนไพรขึ้นทะเบียนแล้วมากกว่า 2,000 ชนิด และมีภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพยาวนานหลายร้อยปี ความรู้เหล่านี้กำลังได้รับการยกระดับด้วยงานวิจัยและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้สมุนไพรไทยไม่เพียง "ดีต่อสุขภาพ" แต่ยัง "น่าเชื่อถือ" ในระดับสากล ข้อมูลจาก Euromonitor ชี้ว่าอุตสาหกรรมสมุนไพรเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงกว่า 2.7 ล้านล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 4–6% ขณะที่ประเทศไทยยังครองส่วนแบ่งตลาดเพียงเล็กน้อย ซึ่งหมายถึง "โอกาสมหาศาล" สำหรับผู้ผลิตและนักลงทุนที่พร้อมเข้าสู่ตลาดนี้อย่างมืออาชีพ

ความหลากหลายทางชีวภาพ

ไทยมีพืชสมุนไพรขึ้นทะเบียนแล้วมากกว่า 2,000 ชนิด พร้อมภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพยาวนานหลายร้อยปี

โอกาสตลาดโลก

Euromonitor ประมาณการตลาดสมุนไพรโลก ~2.7 ล้านล้านบาท ไทยยังครองส่วนแบ่งเล็ก — โอกาสมหาศาลสำหรับผู้ผลิตและนักลงทุน

Soft Power ไทย

ภาพลักษณ์ "ประเทศแห่งสุขภาพและสปา" กลายเป็น Soft Power สำคัญของไทยในเวทีโลก และเป็นฐานให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีมูลค่า

จีน ยุโรป สหรัฐฯ และอาเซียน : ตลาดเป้าหมายที่เปิดกว้าง

ตลาดสมุนไพรแต่ละภูมิภาคมีลักษณะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ "ความต้องการสินค้าธรรมชาติที่มีคุณภาพและปลอดภัย"

01

1. ตลาดจีน

ยังคงเป็นตลาดหลักอันดับหนึ่งของโลกสำหรับสมุนไพรและยาแผนโบราณ การนำเข้าวัตถุดิบสมุนไพรเพิ่มจาก 72,000 ตันในปี 2557 เป็นกว่า 260,000 ตันในปี 2566 โดยเฉพาะกลุ่มสมุนไพรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ขมิ้นชัน กระวาน เร่ว และขิง ซึ่งไทยมีศักยภาพปลูกและสกัดได้คุณภาพสูง จีนได้อนุญาตนำเข้าสมุนไพรจากไทยแล้วกว่า 28 รายการ

02

2. ตลาดยุโรป

เป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกและสุขภาพจากธรรมชาติ ผู้บริโภคยุโรปให้คุณค่ากับความยั่งยืนและเรื่องราวของสินค้า สมุนไพรไทยที่มีภาพลักษณ์โดดเด่น เช่น ว่านหางจระเข้ ขมิ้นชัน หรือมังคุด มีโอกาสสร้างแบรนด์เฉพาะกลุ่มได้ดี โดยเฉพาะในเยอรมนี ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ แต่ต้องผ่านมาตรฐาน GMP, ISO และ ECOCERT

03

3. ตลาดสหรัฐอเมริกา

เป็นตลาดใหญ่ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร มูลค่ากว่า 360,000 ล้านบาทต่อปี สมุนไพรที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ ขมิ้นชัน (Curcumin) กระชายดำ (Black Ginger) และโสม จุดสำคัญคือผลิตภัณฑ์ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย DSHEA และมาตรฐาน GMP รวมถึงหลีกเลี่ยงการกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง

04

4. ตลาดอาเซียน

เป็นโอกาสทองระยะสั้นของผู้ประกอบการไทย เพราะความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมและความเชื่อเรื่องสมุนไพรคล้ายคลึงกัน ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม กัมพูชา และลาว นิยมใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากไทยอยู่แล้ว ทั้งยาดม ยาหม่อง น้ำมันนวด และผลิตภัณฑ์สปา แบรนด์ไทยขยายตลาดได้ง่ายหากขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ฮาลาลในมาเลเซีย หรือทะเบียนยา Jamu ในอินโดนีเซีย

จีน ยุโรป สหรัฐฯ และอาเซียน : ตลาดเป้าหมายที่เปิดกว้าง

Soft Power โอกาส และพันธมิตร NatureProf

การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเล่าเรื่องและการตลาดสุขภาพ

ในยุคที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจาก "เรื่องราว" มากกว่า "ราคา" การตลาดของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยต้องเน้นความเป็นธรรมชาติ ความยั่งยืน และภูมิปัญญาไทย ตัวอย่างเช่น แบรนด์ที่ใช้ขมิ้นชันจากจังหวัดพังงา อาจเล่าเรื่องปลูกแบบอินทรีย์โดยชุมชน ใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นจากเกาะสมุย และผ่านการสกัดโดยโรงงานที่ได้รับการรับรองออร์แกนิกอย่าง NatureProf แบรนด์ที่เติบโตได้ดีมักผสมผสานศาสตร์แห่งสมุนไพรกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งทำได้ภายในเครือข่ายโรงงาน NatureProf

การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเล่าเรื่องและการตลาดสุขภาพ

สมุนไพรไทยในฐานะ Soft Power ใหม่ของเศรษฐกิจไทย

รัฐบาลไทยได้กำหนดให้ "สมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากธรรมชาติ" เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (S-Curve) กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศ "บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568)" เพิ่มตำรับยาใหม่ 7 รายการ อาทิ ยาพริก ยาไพลสูตร 2 และยาฟ้าทะลายโจร เมื่อรัฐสนับสนุน ภาคเอกชนมีเทคโนโลยีและโรงงานพร้อม นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าของแบรนด์และนักลงทุน

NatureProf พันธมิตรที่ทำให้แบรนด์ไทยไปได้ไกลกว่าที่คิด

ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามกว่า 10 ปี NatureProf ไม่ได้เป็นเพียง "โรงงานผลิต" แต่เป็น "ผู้ร่วมสร้างแบรนด์" ที่เข้าใจทั้งห่วงโซนการผลิต มาตรฐานการส่งออก และเทรนด์ของผู้บริโภคระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรในรูปแบบ แคปซูล ผง เจล ครีม เซรั่ม หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ทีม R&D ของ NatureProf พร้อมพัฒนาสูตรเฉพาะให้ตรงกับตลาดเป้าหมาย พร้อมบริการออกแบบบรรจุภัณฑ์ จัดทำเอกสารส่งออก และให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์การตลาดครบวงจร จากภูมิปัญญาไทยสู่ตลาดโลก NatureProf (โรงงาน OEM / โรงงาน ODM) พร้อมเป็นพันธมิตรในการสร้างเส้นทางนั้นให้เกิดขึ้นจริง

ความได้เปรียบของผู้ผลิตที่มีโรงงานได้มาตรฐาน

1. มาตรฐานการผลิตระดับโลก

โรงงาน NatureProf ให้บริการผลิตแบบครบวงจร (OEM/ODM) สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยาสมุนไพร เครื่องสำอาง และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผ่านการรับรอง GMP, ISO 22716, ISO 9001:2015, ECOCERT COSMOS และมาตรฐานฮาลาล

2. ทีม R&D และสูตรเฉพาะแบรนด์

NatureProf มีศักยภาพพัฒนาสูตรสมุนไพรเฉพาะแบรนด์ด้วยทีมวิจัย R&D และนักวิทยาศาสตร์ด้านชีวเคมีที่เชี่ยวชาญด้านการสกัดสารออกฤทธิ์จากพืชและสมุนไพรไทย

3. เอกสารรองรับการส่งออก

จัดทำเอกสารด้านเทคนิคเพื่อรองรับการส่งออก เช่น MSDS, COA, Spec Sheet และผลทดสอบ Heavy Metal & Microbial Analysis ซึ่งคู่ค้าต่างประเทศให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

4. ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)

เจ้าของแบรนด์ที่ผลิตกับ NatureProf มั่นใจได้ว่าสินค้าจะได้มาตรฐานพร้อมจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยไม่ต้องเสียเวลาเริ่มจากศูนย์

มาตรฐานและการทดสอบ

สมุนไพรดาวรุ่งที่ตลาดต่างประเทศต้องการ

ขมิ้นชัน (Curcumin)

สารเคอร์คูมินมีฤทธิ์ต้านอักเสบและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขมิ้นชันของไทยแข่งขันได้โดยตรงในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป

กระชายดำ (Black Ginger)

มีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มพลังงานและการไหลเวียนโลหิต กำลังเป็นที่นิยมในญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์กลุ่มพลังงานและการฟื้นฟูสมรรถภาพ

ฟ้าทะลายโจร

ได้รับการยอมรับหลังการใช้แพร่หลายช่วงโควิด-19 อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรของไทย ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือทางการแพทย์ และต่อยอดเป็นยาแผนสมุนไพรส่งออกได้

สมุนไพรในเครื่องสำอาง

ว่านหางจระเข้ มังคุด ใบบัวบก และขมิ้น ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและสปาทั่วโลก หากพัฒนาสูตรด้วยสารสกัดที่มีผลทางคลินิก หรือเทคโนโลยี Liposome จะสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์ไทย

อ้างอิงข้อมูล

แหล่งอ้างอิง

  • กรุงเทพธุรกิจ. (2568, 8 มีนาคม). แต้มต่อ–ดาวเด่น "ผลิตภัณฑ์สุขภาพ" ไทยยกระดับรุกส่งออก. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com
  • กรุงเทพธุรกิจ. (2567, 16 สิงหาคม). สมุนไพรไทย โอกาสผู้ประกอบการไทย ต่อยอดเชิงพาณิชย์สู่ตลาดสากล. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com
  • กระทรวงพาณิชย์. สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า. (2567, กรกฎาคม). รายงานตลาดสมุนไพรไทย ปี 2567. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงพาณิชย์.
  • กระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2568, มีนาคม). ประกาศบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข.
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2567). โครงการ Think Wellness, Think Thai Herb: Thai Herb Soft Power Initiative. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.
  • สำนักข่าวซินหัว. (2566, 28 พฤศจิกายน). ข้อมูลสถิติการนำเข้าและส่งออกสมุนไพรของประเทศจีน. สืบค้นจาก https://www.xinhuanet.com
  • สำนักข่าว The Coverage. (2568, 20 มีนาคม). บัญชียาหลักฯ สมุนไพร ฉบับ 2 ปรับ–เพิ่มยา รวม 29 รายการ. สืบค้นจาก https://thecoverage.info
  • สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า. (2567). แนวโน้มตลาดสมุนไพรและโอกาสการส่งออก ปี 2567. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงพาณิชย์.
  • ฟอร์บส์ ประเทศไทย. (2567, 30 เมษายน). ไทยมีโอกาสแค่ไหนในตลาดสมุนไพรโลกที่ปี 2573 อาจสูงถึง 2.7 ล้านบาท. สืบค้นจาก https://www.forbesthailand.com
  • Euromonitor International. (2567). Global Herbal Products Market Forecast 2024–2030. Euromonitor International.

ทำไมควรอ่านบทความจาก Natureprof

  • ภาพรวมตลาดสมุนไพรไทย โอกาสส่งออก และสมุนไพรดาวรุ่งที่ตลาดโลกต้องการ
  • วิเคราะห์ตลาดเป้าหมาย จีน ยุโรป สหรัฐฯ และอาเซียน พร้อมข้อกำหนดมาตรฐาน
  • NatureProf OEM/ODM พร้อมสนับสนุนแบรนด์สมุนไพรไทยสู่ตลาดโลกครบวงจร

Ready to Start

สนใจพัฒนาผลิตภัณฑ์กับเรา?

พร้อมสร้างแบรนด์สมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก?

เราดูแลครบ : เริ่มโปรเจกต์ได้เลยวันนี้

หากคุณเป็นเจ้าของแบรนด์หรือนักลงทุนที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรมูลค่าสูง NatureProf (โรงงาน OEM / โรงงาน ODM) พร้อมเป็นพันธมิตรในการสร้างเส้นทางจากภูมิปัญญาไทยสู่มาตรฐานโลก ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทันที

Nature-led Innovation, Ready for Market | SAFE • CLEAN • EFFECTIVE

ติดต่อทีม Natureprof วันนี้!