N NATUREPROF
TAB : ADVERTORIAL / PAGE : Herbal Law Traditional vs Developed
เจาะลึกข้อกฎหมายสมุนไพร ความแตกต่างระหว่างสมุนไพรแผนโบราณกับสมุนไพรพัฒนา

ARTICLE : เจาะลึกข้อกฎหมายสมุนไพร ความแตกต่างระหว่างสมุนไพรแผนโบราณกับสมุนไพรพัฒนา

เจาะลึกข้อกฎหมายสมุนไพร ความแตกต่างระหว่างสมุนไพรแผนโบราณกับสมุนไพรพัฒนา

27 พ.ค. 2026

เข้าใจให้ถูกต้องก่อนสร้างแบรนด์และลงทุนในธุรกิจสมุนไพรไทย

ติดต่อเรา คลิก!

เข้าใจให้ถูกต้องก่อนสร้างแบรนด์และลงทุนในธุรกิจสมุนไพรไทย

อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอางสมุนไพร หลายแบรนด์เริ่มหันมามองตลาดนี้ในฐานะโอกาสใหม่ที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาไทยกับนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ แต่ในขณะเดียวกัน กฎหมายที่กำกับดูแลผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทยก็ได้พัฒนาไปอย่างเข้มงวดและเป็นระบบมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะหลังจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562

เจาะลึกข้อกฎหมายสมุนไพร ความแตกต่างระหว่างสมุนไพรแผนโบราณกับสมุนไพรพัฒนา

วางรากฐานที่มั่นคงให้ธุรกิจสมุนไพร

สำหรับเจ้าของแบรนด์และนักลงทุน การเข้าใจข้อกฎหมายนี้อย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้ธุรกิจสมุนไพรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรในระดับสากล

ความหมายของผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมายไทย

ความหมายของผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมายไทย

พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ให้คำจำกัดความของคำว่า "ผลิตภัณฑ์สมุนไพร" ไว้อย่างละเอียดว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบหลัก ใช้เพื่อการบำบัด รักษา บรรเทา หรือป้องกันโรค รวมถึงใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ หรือปรับปรุงการทำงานของร่างกายให้ดีขึ้น ทั้งนี้ไม่รวมถึงยาแผนปัจจุบัน อาหาร หรือเครื่องสำอาง ในกฎหมายฉบับนี้ ยังได้แยกประเภทของผลิตภัณฑ์สมุนไพรออกเป็นหลายระดับ โดยมีการกำกับดูแลที่แตกต่างกันไปตามระดับความเสี่ยงของการใช้ผลิตภัณฑ์

การเปลี่ยนผ่านจากกฎหมายยาเดิม

ก่อนปี พ.ศ. 2562 ผลิตภัณฑ์สมุนไพรส่วนใหญ่ยังถูกจัดให้อยู่ในหมวดยาแผนโบราณ การออก พ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 จึงเป็นการสร้างระบบเฉพาะที่รองรับทั้งผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามภูมิปัญญาเดิมและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาในเชิงวิทยาศาสตร์ กำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายต้องขออนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ GMP สมุนไพร การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ และการจัดทำเอกสารขึ้นทะเบียนอย่างครบถ้วน

ประเภทของผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทย

แบ่งออกเป็นสองหมวดใหญ่: (1) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรประเภท "ยาจากสมุนไพร" และ (2) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรประเภท "ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ" — แต่ละหมวดมีหลักเกณฑ์ วิธีการอนุญาต และระดับการอ้างสรรพคุณที่แตกต่างกัน

สมุนไพรแผนโบราณ vs สมุนไพรพัฒนา

ความเข้าใจสองกลุ่มหลักนี้เป็นพื้นฐานสำคัญก่อนตัดสินใจพัฒนาและขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์

01

1. ยาจากสมุนไพร หรือสมุนไพรแผนโบราณ

ผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์ใช้เพื่อรักษา บำบัด หรือบรรเทาโรคโดยตรง มีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบหลัก และมักอ้างอิงจากตำรับยาไทยหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ยาฟ้าทะลายโจร ยาหอม ยาชงสมุนไพร หรือยาลูกกลอน — ใช้ข้อมูลภูมิปัญญาเป็นหลักฐานสนับสนุนการอนุญาต โดยไม่จำเป็นต้องมีงานวิจัยทางคลินิกเต็มรูปแบบเหมือนยาสมัยใหม่ ขึ้นทะเบียนในรูปแบบ "การขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร" และได้เลขทะเบียนขึ้นต้นด้วย "G" ข้อดี: ใช้จุดแข็งภูมิปัญญาไทย ต้นทุนวิจัยไม่สูง ข้อจำกัด: คุณภาพอาจต่างกันระหว่างผู้ผลิต และยากขยายตลาดต่างประเทศ

02

2. ยาพัฒนาจากสมุนไพร หรือสมุนไพรนวัตกรรม

ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาต่อยอดจากสมุนไพรเดิม โดยนำเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์มาใช้ เช่น การสกัดสารสำคัญให้เข้มข้น ลิโพโซม ไมโครเอนแคปซูเลชัน การปรับรูปแบบเป็นแคปซูล เจล หรือสารสกัดในเครื่องสำอางที่มีการทดสอบเชิงชีวภาพ — ต้องมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างเป็นระบบ ทั้งความปลอดภัย ประสิทธิผล และคุณภาพ ขั้นตอนขออนุญาตซับซ้อนกว่า ข้อดี: สร้างจุดขายด้านนวัตกรรม โอกาสส่งออกสูง ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ข้อจำกัด: ต้นทุนสูง ใช้เวลาวิจัยและขออนุญาตนาน ต้องมีบุคลากรเฉพาะทาง

สมุนไพรแผนโบราณ vs สมุนไพรพัฒนา

มุมมองเชิงกลยุทธ์สำหรับเจ้าของแบรนด์และการลงทุน

สองแนวทางเติบโตของธุรกิจสมุนไพรไทย

ธุรกิจสมุนไพรไทยสามารถเติบโตได้ในสองแนวทาง: การพัฒนาเชิงภูมิปัญญาและการพัฒนาเชิงวิทยาศาสตร์ หากต้องการสร้างแบรนด์ที่อิงความเป็นไทย เน้นวัตถุดิบท้องถิ่นและภาพลักษณ์ธรรมชาติ สมุนไพรแผนโบราณจะเหมาะสม เพราะใช้ต้นทุนไม่สูงและนำจุดแข็งวัฒนธรรมมาเป็นกลยุทธ์การตลาดได้ แต่หากเป้าหมายคือการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ การสร้างนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง สมุนไพรพัฒนาจะตอบโจทย์มากกว่า โดยต้องให้ความสำคัญกับงานวิจัย การทดสอบมาตรฐานสารสำคัญ และการขอรับรองจากหน่วยงานสากล เช่น ISO หรือ COSMOS

สองแนวทางเติบโตของธุรกิจสมุนไพรไทย

เข้าใจกฎหมายให้ลึก เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืน

การทำความเข้าใจข้อกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างถูกต้อง แต่ยังยกระดับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ การเลือกว่าจะพัฒนาในแนวทาง "สมุนไพรแผนโบราณ" หรือ "สมุนไพรพัฒนา" ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ความพร้อมขององค์กร งบประมาณ และเป้าหมายทางการตลาดอย่างรอบด้าน ในมุมมองของ NatureProf การพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยควรดำเนินควบคู่กันทั้งสองแนวทาง — สมุนไพรแผนโบราณสะท้อนรากฐานภูมิปัญญาไทย ส่วนสมุนไพรพัฒนาเป็นสะพานเชื่อมภูมิปัญญาสู่โลกของวิทยาศาสตร์และตลาดสากล

ประเด็นสำคัญที่เจ้าของแบรนด์และนักลงทุนควรตระหนัก

1. จำแนกประเภทผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น

หากผลิตภัณฑ์ถูกจัดอยู่ในประเภทผิด อาจส่งผลให้การขออนุญาตล่าช้า ถูกปฏิเสธ หรือมีผลทางกฎหมาย

2. เตรียมข้อมูลด้านคุณภาพและความปลอดภัย

โดยเฉพาะสมุนไพรพัฒนา ต้องมีผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการและการตรวจสอบมาตรฐานวัตถุดิบอย่างครบถ้วน

3. วางระบบการผลิตตาม GMP สมุนไพร

เป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ผลิตต้องดำเนินการ — เป็นหลักฐานสำคัญในการรับรองคุณภาพและเงื่อนไขการขึ้นทะเบียน

4. การแสดงฉลากและการโฆษณา

ต้องเป็นไปตามที่ อย. กำหนด ระบุช่องทางจำหน่ายให้ชัดเจน และห้ามแสดงข้อความที่อวดอ้างเกินจริง

5. ติดตามนโยบายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

อย. และกรมการแพทย์แผนไทยมักปรับปรุงแนวทางให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง

มาตรฐานและการทดสอบ

ความแตกต่างระหว่างสมุนไพรแผนโบราณกับสมุนไพรพัฒนา — เปรียบเทียบตามมิติสำคัญ

วัตถุประสงค์หลัก

สมุนไพรแผนโบราณ: ใช้ตามภูมิปัญญาเพื่อรักษาโรคหรือบำบัดอาการ | สมุนไพรพัฒนา: พัฒนาโดยอิงหลักวิทยาศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย

หลักฐานประกอบการอนุญาต

สมุนไพรแผนโบราณ: อ้างอิงจากตำรับยาและประวัติการใช้จริง | สมุนไพรพัฒนา: ต้องมีผลการทดสอบทางวิทยาศาสตร์และอาจรวมข้อมูลทางคลินิก

รูปแบบผลิตภัณฑ์

สมุนไพรแผนโบราณ: ยาต้ม ยาชง ยาลูกกลอน ยาผง | สมุนไพรพัฒนา: สารสกัดเข้มข้น แคปซูล เจล ครีม หรือรูปแบบที่ใช้เทคโนโลยี

การกำกับดูแล

สมุนไพรแผนโบราณ: ขึ้นทะเบียนตำรับกับ อย. โดยใช้ตำรับยาเป็นหลัก | สมุนไพรพัฒนา: ต้องผ่านการประเมินด้านคุณภาพและความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่า

กลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจ

สมุนไพรแผนโบราณ: ตลาดในประเทศ กลุ่มผู้บริโภคที่เชื่อมั่นในภูมิปัญญาไทย | สมุนไพรพัฒนา: ตลาดระดับพรีเมียมและตลาดต่างประเทศ

ต้นทุนพัฒนา

สมุนไพรแผนโบราณ: ต่ำกว่า เหมาะกับผู้เริ่มต้น | สมุนไพรพัฒนา: สูงกว่า เหมาะกับผู้ประกอบการที่มีแผนพัฒนายาวระยะยาว

อ้างอิงข้อมูล

แหล่งอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562. (2562, 30 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 34 ก.
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2564). ประกาศคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์สมุนไพร.
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2564). ประกาศคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร.
  • กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2566). คู่มือการพัฒนาและขออนุญาตผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับผู้ประกอบการ. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
  • National Science and Technology Development Agency (NSTDA). (2021). The Herbal Product Act, B.E. 2562 and Opportunities for Thai Entrepreneurs. Bangkok: NSTDA Knowledge Sharing Series.
  • World Health Organization. (2013). WHO guidelines on good manufacturing practices (GMP) for herbal medicines. Geneva: World Health Organization.
  • Department of Thai Traditional and Alternative Medicine. (2023). National Action Plan on Thai Herbal Development Phase II (2023–2027). Ministry of Public Health, Thailand.

ทำไมควรอ่านบทความจาก Natureprof

  • เข้าใจ พ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 และความแตกต่างสมุนไพรแผนโบราณ vs พัฒนา
  • แนวทางขึ้นทะเบียน GMP สมุนไพร และประเด็นที่เจ้าของแบรนด์ต้องตระหนัก
  • NatureProf พร้อมสนับสนุนทั้งแนวภูมิปัญญาและแนวนวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร

Ready to Start

สนใจพัฒนาผลิตภัณฑ์กับเรา?

พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ถูกต้องตามกฎหมาย?

เราดูแลครบ : เริ่มโปรเจกต์ได้เลยวันนี้

หากคุณเป็นเจ้าของแบรนด์หรือนักลงทุนที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรแผนโบราณหรือสมุนไพรพัฒนา NatureProf (โรงงาน OEM / โรงงาน ODM) พร้อมให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาสูตร เอกสารขึ้นทะเบียน และมาตรฐาน GMP สมุนไพร ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทันที

Nature-led Innovation, Ready for Market | SAFE • CLEAN • EFFECTIVE

ติดต่อทีม Natureprof วันนี้!